ฟีเจอร์และวิธีใช้

สร้างพอร์ตจำลองก่อนลงทุนจริงอย่างไร: Portfolio Builder ของ DooPortfolio

ใช้ Portfolio Builder ของ DooPortfolio ทดลองเลือกกองทุน ปรับสัดส่วน ดูผลตอบแทน ความเสี่ยง และ Max Drawdown ก่อนตัดสินใจใช้เงินจริง

อ่าน 8 นาที

การเลือกกองทุนหนึ่งกองเป็นเรื่องไม่ยาก ความยากมักอยู่ที่หลังจากเลือกแล้ว เมื่อสัดส่วนรวมกันหลายกองแล้วกระจุกตัวเกินไป ค่าธรรมเนียมบาน หรือผลตอบแทนจริงไม่ได้ใกล้เคียงกับที่คิดไว้ตอนดูกองเดียว

Portfolio Builder ของ DooPortfolio ออกแบบมาให้เราทดลองชุดกองทุนและดูผลลัพธ์ในภาพรวมก่อน ไม่ต้องซื้อขายจริง ไม่ต้องแก้พอร์ตจริง แค่เปลี่ยนสมมติฐานแล้วดูว่าตัวเลขเปลี่ยนอย่างไร

เริ่มจากคำถาม ไม่ใช่รายชื่อกอง

ก่อนกดค้นหากองทุน ลองตั้งคำถามให้ชัดก่อน:

  • พอร์ตนี้เอาไว้ทำอะไร เป็นพอร์ตหลักเพื่อเกษียณ พอร์ตเสริม หรือพอร์ตทดลองแนวคิด
  • ระยะเวลาถือยาวแค่ไหน 3 ปี 5 ปี 10 ปี หรือนานกว่านั้น
  • ยอมรับการขาดทุนระหว่างทางได้มากแค่ไหน ซึ่งจะเกี่ยวกับ Max Drawdown
  • จะลงเป็นก้อน หรือทยอยเป็นงวด (DCA)
  • ต้องการถอนเงินออกช่วงไหนหรือไม่

คำตอบเหล่านี้จะกำหนดเงินลงทุนเริ่มต้น รอบปรับสมดุล ช่วงเวลา backtest และกลยุทธ์ในตัวเครื่องมือ

ตั้งค่าที่ต้องรู้ก่อนกดรัน

ในหน้า Portfolio Builder คุณจะเจอตัวเลือกหลัก ๆ ดังนี้:

ตัวเลือก ความหมาย ทำไมต้องคิดก่อน
จำนวนกองทุน สูงสุด 10 กอง กองเยอะไม่ได้แปลว่ากระจายดีเสมอ ถ้าหลายกองลงทุนต่อในกองแม่เดียวกันก็กระจุกตัวอยู่ดี
เงินลงทุนเริ่มต้น เงินก้อนแรกที่จะลง ใช้ทดสอบว่าถ้ามีเงินก้อนนี้จริง เส้นทางมันจะเป็นอย่างไร
ปรับสมดุลพอร์ต ไม่ทำ / รายเดือน / รายไตรมาส / รายปี การปรับสมดุลมีผลกับทั้งผลตอบแทนและค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นจริง
ช่วงเวลา Backtest 1 ถึง 15 ปี ยิ่งยาวยิ่งเห็นพฤติกรรมหลายรอบตลาด แต่ต้องคูณด้วยความเสี่ยงที่ข้อมูลในช่วงนั้นเป็นตัวแทนได้จริง
กลยุทธ์การลงทุน เงินก้อน (Lumpsum) / ทยอยลงทุน (DCA) คนละแนวคิด ผลลัพธ์ในช่วงตลาดขาขึ้นต่อเนื่องและตลาดผันผวนจะต่างกัน
เป้าหมายถอนเงินออก ไม่ถอน / กำหนดถอน ถ้าตั้งเป้าถอนเงิน เครื่องมือจะคำนวณเพิ่มว่าพอร์ตแบบนี้ถอนได้กี่งวด

เลือกกองทุนและจัดสัดส่วน

ขั้นตอนนี้เป็นจุดที่หลายคนเสียเวลามากที่สุด ใน DooPortfolio คุณค้นหากองทุนจากชื่อหรือรหัส แล้วเพิ่มได้สูงสุด 10 กอง เมื่อเพิ่มครบ ระบบจะให้ใส่สัดส่วนเป้าหมายเป็นเปอร์เซ็นต์ คุณสามารถกด แบ่งเท่ากัน เพื่อเริ่มจากสัดส่วนเท่ากันทุกกอง หรือ ปรับ 100% เพื่อทดลองสัดส่วนอื่น

การเริ่มจากสัดส่วนเท่ากันมีประโยชน์ เพราะช่วยให้เห็นพฤติกรรมของแต่ละกองอย่างเท่าเทียมก่อน แล้วค่อยเพิ่มน้ำหนักให้กองที่มีเหตุผลรองรับชัดเจน เช่น กองที่ตรงกับธีมที่ตั้งใจไว้ หรือกองที่ค่าธรรมเนียมต่ำกว่าในระดับความเสี่ยงที่ใกล้กัน

ตีความผลลัพธ์ที่ตัวเลขบอก

เมื่อกด รันแบล็คเทสต์ ระบบจะแสดงตัวเลขหลัก ๆ ดังนี้:

ตัววัด อ่านอย่างไร ข้อควรระวัง
Total Return ผลตอบแทนรวมตลอดช่วง backtest เป็นผลสะสม ไม่ได้บอกเส้นทางระหว่างทาง
CAGR (TWR) ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี เป็นค่าเฉลี่ยทางคณิตศาสตร์ ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงทุกปี
Max Drawdown ขาดทุนสูงสุดจากจุดสูงสุดไปจุดต่ำสุดระหว่างทาง ตัวเลขนี้มักบอกความเสี่ยงได้ดีกว่าผลตอบแทนเฉลี่ย เพราะสะท้อนว่าเคยลงไปลึกแค่ไหน
Sharpe Ratio อัตราส่วนผลตอบแทนต่อความผันผวน สูงขึ้นหมายถึงผลตอบแทนต่อหน่วยความเสี่ยงดีขึ้น แต่ไม่ได้รับประกันอนาคต
Final Value มูลค่าสุดท้ายเมื่อจบช่วง ผลจากสมมติฐานที่ตั้งไว้ ไม่ใช่คำทำนาย

กราฟ Growth of Investment ที่แสดงด้านล่างช่วยเล่าเรื่องที่ตัวเลขเดี่ยว ๆ ทำไม่ได้ คือทำให้เห็นว่าเส้นทางเงินลงทุนผ่านช่วงไหนมาแบบไหน เช่น บางพอร์ตผลตอบแทนรวมดี แต่ระหว่างทางลงไป 30% ก่อนฟื้นกลับมา ถ้าไม่ดูกราฟ จะไม่เห็นว่า Max Drawdown นั้นกระทบต่อการตัดสินใจของเราได้

คำถามที่ควรถามตัวเองหลังเห็นผลลัพธ์

ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ได้หยุดแค่ตัวเลข มันคือจุดเริ่มของคำถามที่ดีกว่าเดิม เช่น:

  • Max Drawdown ลึกเท่านี้ ถ้าเกิดขึ้นจริงในช่วงที่เราถือพอร์ต เราจะยังถือต่อหรือขายทิ้ง
  • กองทุนที่เพิ่มเข้ามาช่วยกระจายความเสี่ยงจริง หรือเพิ่มความซ้ำซ้อน
  • ค่าธรรมเนียมรวมของพอร์ตนี้ ต่างจากพอร์ตเดิมมากแค่ไหน
  • ถ้าเปลี่ยนกลยุทธ์จากเงินก้อนเป็น DCA ผลลัพธ์เปลี่ยนอย่างไร
  • ถ้าเปลี่ยนรอบปรับสมดุล ผลตอบแทนและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนไปในทิศทางไหน

คำถามเหล่านี้มีค่ามากกว่าการถามว่า "พอร์ตนี้ให้ผลตอบแทนเท่าไร" เพราะผลตอบแทนในอดีตเป็นข้อมูล ไม่ใช่คำสัญญา

สิ่งที่ Portfolio Builder ทำไม่ได้

เพื่อให้ใช้เครื่องมือนี้อย่างเข้าใจ ควรรู้ข้อจำกัดไว้ด้วย:

  • ไม่ได้ทำนายผลตอบแทนในอนาคต ตัวเลขย้อนหลังเป็นข้อมูลสำหรับทำความเข้าใจพฤติกรรมพอร์ต ไม่ใช่คำรับประกัน
  • ไม่ได้คำนึงถึงภาษี ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย และค่าธรรมเนียมที่เกิดจากการปรับสมดุลในทุกรายละเอียด ควรตรวจกับ บลจ. และโบรกเกอร์ของคุณอีกครั้ง
  • ไม่ได้ประเมินความเหมาะสมเฉพาะบุคคล คุณต้องตัดสินใจเองว่าความเสี่ยงที่พอร์ตแสดง ตรงกับความพร้อมของคุณหรือไม่
  • ไม่ได้แทนคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินที่มีใบอนุญาต

ลองทำตามขั้นตอนนี้

ถ้าอยากลองใช้จริง แนะนำให้ทำตามลำดับนี้:

  1. ตั้งชื่อและคำอธิบายพอร์ตให้รู้ว่าพอร์ตนี้ทดสอบอะไร เช่น "ทดลองพอร์ต DCA 60/40 ระยะ 10 ปี"
  2. เลือกกองทุน 3-5 กองที่มีความต่างกันชัด เช่น กองหุ้นไทย กองตราสารหนี้ กองหุ้นต่างประเทศผ่าน master fund
  3. เริ่มจากสัดส่วนเท่ากัน แล้วค่อยปรับทีละนิด
  4. รัน backtest แล้วดูทั้งตัวเลขและกราฟเส้นทาง
  5. เปลี่ยนสมมติฐานทีละอย่าง เช่น เปลี่ยนช่วงเวลา เปลี่ยนกลยุทธ์ เปลี่ยนรอบปรับสมดุล แล้วดูว่าผลเปลี่ยนอย่างไร
  6. บันทึกพอร์ตจำลองไว้ เพื่อเปรียบเทียบกับชุดอื่น ๆ ที่คุณลอง

เมื่อลองหลาย ๆ ชุด คุณจะเริ่มเห็นว่าความเสี่ยงและผลตอบแทนมีความสัมพันธ์กันอย่างไร และพอร์ตแบบไหนที่คุณพร้อมถือจริงในช่วงที่ตลาดไม่เป็นใจ

เปิด Portfolio Builder · ดูพอร์ตจำลองของฉัน · ตัวอย่างพอร์ต

ข้อจำกัดความรับผิด

บทความนี้อธิบายการใช้งาน Portfolio Builder เพื่อทดลองพอร์ต ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผลลัพธ์จาก backtest เป็นข้อมูลย้อนหลัง ไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยง ค่าธรรมเนียม ภาษี และความเหมาะสมกับเป้าหมายของตนเองก่อนตัดสินใจ

แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

แท็กdooportfolioproductportfoliobacktest
คุยกับเรา